ข้อกำหนดสินเชื่อทั่วไป AIMCash (สำหรับอ้างอิง)

General Loan Terms (For Reference)

เอกสารฉบับนี้เผยแพร่ในหน้าแรกของแอป AIMCash และเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปทราบโครงสร้างสัญญาและเงื่อนไขผลิตภัณฑ์โดยทั่วไป เอกสารนี้ไม่ระบุคู่สัญญาหรือรายการสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติเฉพาะราย และไม่ถือเป็นการเสนอสินเชื่อ คำมั่นอนุมัติ หรือคำมั่นจ่ายเงินกู้

1. ลักษณะและขอบเขตของข้อกำหนด

  1. แบบข้อกำหนดนี้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับบุคคลธรรมดาที่ประสงค์ยื่นคำขอสินเชื่อส่วนบุคคลผ่าน AIMCash
  2. สินเชื่อกำหนดให้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมดครั้งเดียวเมื่อครบกำหนด โดยไม่มีการผ่อนชำระเป็นงวด
  3. การอนุมัติและเงื่อนไขจริงของผู้สมัครแต่ละราย รวมถึงเงินต้น ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาต่อปี ยอดชำระคืนรวม และอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในช่วงผิดนัด ให้เป็นไปตามสัญญาสินเชื่อส่วนบุคคลฉบับจริงที่แสดงในหน้ายืนยันการกู้ยืมและผู้สมัครยืนยัน
  4. แบบข้อกำหนดนี้ไม่ถือเป็นคำเสนอให้สินเชื่อ ไม่รับประกันว่าคำขอใดจะได้รับอนุมัติ และไม่รับประกันจำนวนเงิน ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ย หรือเวลาจ่ายเงินกู้ใดโดยเฉพาะ

2. คู่สัญญาและบทบาท

  1. ผู้ให้กู้ หมายถึง สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตหรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มิใช่สถาบันการเงินซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับและมีอำนาจตามกฎหมายในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทย โดยรับผิดชอบเงินทุน การอนุมัติขั้นสุดท้าย สัญญาสินเชื่อ การจ่ายเงิน การรับชำระ การบริหารหลังการให้สินเชื่อ และการติดตามทวงถามหนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย ชื่อ ที่อยู่ เลขทะเบียน ประเภทใบอนุญาต และเลขที่ใบอนุญาตของผู้ให้กู้จะแสดงในสัญญาสินเชื่อส่วนบุคคลฉบับจริง
  2. ผู้กู้ หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ดำเนินการยื่นคำขอและยืนยันตัวตนผ่าน AIMCash ยืนยันสัญญาสินเชื่อฉบับจริง และได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากผู้ให้กู้
  3. ผู้ดำเนินงานแอป คือ AIM MARKETTERRY CO., LTD. ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานผลิตภัณฑ์ ระบบเทคนิค ช่องทางรับคำขอ การคัดกรองความเสี่ยงจากการทุจริตเบื้องต้น การแสดงสัญญา การบริการลูกค้าทั่วไป และการส่งข้อมูลคำขอ แต่ไม่ใช่ผู้ให้กู้ แหล่งเงินทุน หรือผู้มีอำนาจอนุมัติสินเชื่อขั้นสุดท้าย
  4. ผลการคัดกรองเบื้องต้นของ AIM เป็นเพียงการประเมินทางเทคนิคขั้นต้นและไม่ใช่การตัดสินใจให้สินเชื่อขั้นสุดท้ายของผู้ให้กู้

3. คุณสมบัติของผู้สมัครและวัตถุประสงค์การใช้สินเชื่อ

  1. โดยหลัก ผู้สมัครต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 60 ปี มีความสามารถตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ และมีเอกสารแสดงตนของไทยที่ถูกต้องและยังใช้ได้
  2. ผู้สมัครต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของตนเองเพื่อยืนยัน OTP และ KYC พร้อมให้บัญชีธนาคารของตนเอง ตลอดจนข้อมูลตัวตน ที่อยู่ อาชีพ รายได้ และข้อมูลอื่นที่จำเป็นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นความจริง
  3. ผู้กู้ต้องใช้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลหรือครอบครัวที่ชอบด้วยกฎหมาย และห้ามใช้เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย การฉ้อโกง การฟอกเงิน หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายห้าม
  4. การมีคุณสมบัติทั่วไปไม่ได้หมายความว่าคำขอจะได้รับอนุมัติ ผู้ให้กู้จะประเมินตัวตน ความสามารถในการชำระหนี้ เครดิต ความเสี่ยงด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และความเสี่ยงด้านการทุจริตโดยอิสระตามกฎหมาย

4. ข้อมูลสินเชื่อและตัวอย่าง

ข้อมูลต่อไปนี้แสดงขอบเขตผลิตภัณฑ์และตัวอย่างประกอบเท่านั้น เงื่อนไขในสัญญาฉบับจริงจะใช้ข้อมูลของรายการที่ผู้กู้ยืนยัน

รายการ ข้อมูลอ้างอิง
เงินต้นสินเชื่อ ช่วงผลิตภัณฑ์ 1,000-50,000 THB; ตัวอย่าง 20,000 THB
ระยะเวลา ช่วงผลิตภัณฑ์ 92-365 วัน; ตัวอย่าง 150 วัน
อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาต่อปี (APR) ช่วงผลิตภัณฑ์ 12%-24% ต่อปี; ตัวอย่าง 14.6%
ยอดชำระคืนรวม คำนวณตามเงินต้น อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา และระยะเวลาจริง; ตัวอย่าง 21,200 THB
อัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ใช้ในช่วงผิดนัด เท่ากับอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิมของรายการนั้น โดยไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัดหรือเบี้ยปรับเพิ่มเติม; ตัวอย่าง 14.6%

ดอกเบี้ยปกติในตัวอย่างคำนวณดังนี้:

20,000 × 14.6% × 150 ÷ 365 = 1,200 THB

ยอดชำระคืนรวมในตัวอย่างคำนวณดังนี้:

20,000 + 1,200 = 21,200 THB

ยอดชำระคืนรวมข้างต้นตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าไม่มีการชำระคืนก่อนกำหนดหรือการปรับยอดอื่นตามกฎหมาย

5. การยื่นคำขอ การเกิดสัญญา การมีผลบังคับใช้ และการอนุมัติ

  1. ผู้สมัครดำเนินการลงทะเบียน ยืนยันตัวตน ส่งข้อมูล ให้ความยินยอมหรือการอนุญาตที่จำเป็น และยื่นคำขอสินเชื่อตามขั้นตอนของ AIMCash
  2. AIM อาจดำเนินการคัดกรองความเสี่ยงจากการทุจริตเบื้องต้นภายในขอบเขตที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และจำเป็น และจะส่งข้อมูลคำขอที่จำเป็นให้ผู้ให้กู้หลังจากผู้ใช้ได้ให้การอนุญาตและยืนยันตามขั้นตอนแล้ว
  3. เมื่อผู้สมัครอ่านสัญญาสินเชื่อส่วนบุคคลฉบับจริงในหน้ายืนยันการกู้ยืมและกดปุ่ม “ยืนยัน” “ยอมรับ” หรือปุ่มอื่นที่มีความหมายเช่นเดียวกัน ให้ถือว่าผู้สมัครลงนามในสัญญาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และสัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว
  4. แม้สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้กดยืนยัน แต่การมีผลบังคับใช้ของสัญญาขึ้นอยู่กับการอนุมัติขั้นสุดท้ายของผู้ให้กู้ หากผู้ให้กู้ไม่อนุมัติ สัญญาจะไม่มีผลบังคับใช้และผู้ใช้ไม่มีหน้าที่ชำระเงินต้น ดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายสำหรับรายการดังกล่าว
  5. ผู้ให้กู้เป็นผู้ตัดสินใจอนุมัติขั้นสุดท้ายโดยอิสระตามกฎหมาย AIM ไม่รับประกันผลการอนุมัติและไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสินเชื่อที่ผู้ให้กู้กำหนดโดยพลการ

6. การจ่ายเงินกู้และการยกเลิกก่อนจ่ายเงินกู้

  1. เมื่อสัญญาฉบับจริงมีผลบังคับใช้และการตรวจสอบที่จำเป็นเสร็จสิ้น ผู้ให้กู้จะจ่ายเงินกู้โดยตรงเข้าบัญชีธนาคารของผู้กู้ที่ให้ไว้และผ่านการตรวจสอบแล้ว เงินกู้จะไม่ผ่านบัญชีของ AIM
  2. หน้าที่ชำระคืนของผู้กู้เกิดขึ้นเมื่อเงินกู้เข้าบัญชีธนาคารที่ตรวจสอบแล้วของผู้กู้จริง ผู้กู้ไม่ต้องชำระคืนจำนวนเงินที่ไม่ได้รับจริง
  3. หากการจ่ายเงินไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลบัญชีไม่ถูกต้อง บัญชีมีสถานะผิดปกติ ชื่อบัญชีไม่ตรงกัน ระบบธนาคารขัดข้อง หรือเหตุอื่น ผู้ให้กู้อาจระงับการจ่ายเงินและขอให้ผู้กู้แก้ไขข้อมูล
  4. ผู้กู้สามารถยกเลิกสินเชื่อผ่านแอปก่อนมีการจ่ายเงินจริง เมื่อยกเลิกสำเร็จ ผู้ให้กู้จะไม่จ่ายเงินกู้ และผู้กู้ไม่มีหน้าที่ชำระเงินต้น ดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายสำหรับรายการดังกล่าว

7. ดอกเบี้ย ยอดชำระคืนรวม และค่าใช้จ่าย

  1. ดอกเบี้ยปกติคำนวณตามสูตรต่อไปนี้:

เงินต้นสินเชื่อ × อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาต่อปี × จำนวนวันที่กู้จริง ÷ 365

  1. โดยหลัก จำนวนวันที่กู้จริงเริ่มนับตั้งแต่วันที่เงินกู้เข้าบัญชีธนาคารของผู้กู้จริงจนถึงวันที่ผู้กู้ชำระเงินต้นเสร็จสิ้นจริง
  2. หากผลการคำนวณไม่เป็นจำนวนเต็ม ให้แสดงเป็นเงินบาทโดยมีทศนิยม 1 ตำแหน่ง การชำระบัญชีขั้นสุดท้ายอาจปรับส่วนต่างจากการปัดเศษตามกฎหมายเท่าที่จำเป็น แต่ห้ามใช้การปรับดังกล่าวเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เปิดเผย
  3. นอกจากจำนวนเงินที่เปิดเผยอย่างชัดเจนในสัญญาและกฎหมายอนุญาต จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมการสมัคร ค่าสมาชิก ค่าบริการ ค่าบริหารจัดการ หรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงอื่นจากผู้กู้
  4. ยอดชำระคืนรวมที่แสดงในหน้ายืนยันการกู้ยืม คือผลรวมของเงินต้นและดอกเบี้ยปกติที่ผู้กู้ต้องชำระเมื่อชำระตรงตามกำหนดเดิม โดยไม่มีการชำระคืนก่อนกำหนดหรือการปรับยอดอื่นตามกฎหมาย

8. การชำระคืนเมื่อครบกำหนด

  1. เมื่อครบระยะเวลาตามสัญญาฉบับจริง ผู้กู้ต้องชำระเงินต้นคงค้างทั้งหมดและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเต็มจำนวน
  2. วันครบกำหนดชำระคำนวณจากวันจ่ายเงินจริงและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาฉบับจริง โดยให้ยึดวันที่ที่แสดงในหน้ารายการสินเชื่อของ AIMCash เป็นหลัก
  3. ผู้กู้ต้องโอนเงินผ่านธนาคารไปยังบัญชีรับชำระที่ผู้ให้กู้กำหนด ตามข้อมูลการชำระคืนที่แสดงในหน้ารายการสินเชื่อของ AIMCash โดย AIM ไม่รับชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยแทนผู้ให้กู้
  4. การชำระคืนจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์เมื่อเงินเข้าบัญชีที่ผู้ให้กู้กำหนดจริงและผ่านการตรวจสอบรายการแล้ว ผู้กู้ควรเก็บหลักฐานการโอน และติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าโดยเร็วหากยอดไม่เข้าบัญชี มีการชำระซ้ำ จำนวนเงินไม่ตรง หรือบัญชีมีปัญหา
  5. หากผู้กู้ชำระเกินและตรวจสอบแล้วว่าเป็นจำนวนที่ไม่ต้องชำระ ผู้ให้กู้ต้องคืนเงินตามกฎหมายและขั้นตอนการคืนเงินที่ใช้บังคับ ส่วนที่ชำระขาดยังคงเป็นหนี้ค้างชำระจนกว่าจะชำระครบ

9. การชำระคืนก่อนกำหนดทั้งหมดหรือบางส่วน

  1. ผู้กู้สามารถขอชำระคืนก่อนกำหนดทั้งหมดหรือบางส่วนได้
  2. กรณีชำระคืนทั้งหมดก่อนกำหนด ผู้กู้ชำระเฉพาะเงินต้นคงค้างและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นถึงวันที่ชำระเสร็จจริง โดยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นหลังวันดังกล่าว
  3. กรณีชำระคืนบางส่วนก่อนกำหนด ให้คำนวณดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นถึงวันชำระก่อนกำหนดสำหรับเงินต้นส่วนที่จะชำระ แล้วจึงหักเงินต้นส่วนนั้น เงินต้นที่เหลือยังคงคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาและจำนวนวันที่ใช้เงินจริง
  4. หากมีการชำระคืนบางส่วนก่อนกำหนดหลายครั้ง ให้คำนวณดอกเบี้ยตามเงินต้นคงค้างจริงในแต่ละช่วงเวลาแล้วรวมกัน
  5. จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือเบี้ยปรับการชำระคืนก่อนกำหนดที่กฎหมายห้าม จำนวนเงินสำหรับการชำระก่อนกำหนดให้เป็นไปตามการคำนวณโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ให้กู้และยอดที่แสดงในแอป

10. ดอกเบี้ยในช่วงผิดนัดและค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้

  1. สัญญาสินเชื่อไม่มีระยะเวลาผ่อนผัน หากผู้กู้ไม่ชำระครบถ้วนตามสัญญาในวันครบกำหนด ให้ถือว่าผิดนัดตั้งแต่วันที่ครบกำหนดในเวลาที่ไม่ได้ชำระตามที่ตกลง
  2. ในช่วงผิดนัด ให้คิดดอกเบี้ยเฉพาะจากเงินต้นที่ยังไม่ได้ชำระในอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเดิมของรายการนั้น โดยไม่บวกดอกเบี้ยผิดนัด เบี้ยปรับ หรืออัตราดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มเติมจากอัตราตามสัญญาเดิม
  3. ห้ามนำดอกเบี้ยที่ยังไม่ได้ชำระ เบี้ยปรับ ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้มารวมเป็นเงินต้นเพื่อคิดดอกเบี้ยซ้ำ และห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้นหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่กฎหมายห้าม
  4. ผู้ให้กู้อาจเรียกเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ที่กฎหมายอนุญาต เกิดขึ้นจริง สมเหตุสมผล และตรวจสอบได้ โดยห้ามเรียกเก็บซ้ำซ้อน
  5. ผู้ให้กู้หรือผู้ให้บริการที่ได้รับมอบหมายโดยชอบด้วยกฎหมายต้องแจ้งเตือนและติดตามทวงถามหนี้อย่างชอบด้วยกฎหมาย สุภาพ และเหมาะสม ห้ามข่มขู่ ดูหมิ่น รบกวนผู้กู้ หรือเปิดเผยข้อมูลหนี้แก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ

11. การผิดสัญญา การบอกกล่าว และการกำหนดให้หนี้ถึงกำหนดก่อนเวลา

  1. การไม่ชำระหนี้ครบถ้วนเมื่อถึงกำหนด การจงใจให้ข้อมูลสำคัญอันเป็นเท็จ การใช้ตัวตนหรือบัญชีของบุคคลอื่น การฉ้อโกงสินเชื่อ การใช้สินเชื่อเพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย หรือกรณีสำคัญอื่นตามกฎหมาย อาจถือเป็นการผิดสัญญา
  2. เมื่อผู้ให้กู้พบเหตุที่อาจเป็นการผิดสัญญา ผู้ให้กู้ต้องแจ้งข้อเท็จจริง สิ่งที่ต้องแก้ไข และระยะเวลาแก้ไขแก่ผู้กู้ตามกฎหมาย
  3. หากผู้ให้กู้ประสงค์จะเลิกสัญญา กำหนดให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระก่อนเวลา หรือใช้มาตรการสำคัญอื่น ผู้ให้กู้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่ผู้กู้และให้โอกาสแก้ไขไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาอย่างน้อย 30 วัน ผู้ให้กู้ต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน หากผู้กู้แก้ไขการผิดสัญญาภายในกำหนด ผู้ให้กู้จะอาศัยเหตุที่แก้ไขแล้วเพียงเหตุเดียวนั้นเพื่อกำหนดให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดก่อนเวลาไม่ได้
  4. การใช้สิทธิหรือมาตรการเยียวยาของผู้ให้กู้ต้องไม่ตัดสิทธิของผู้กู้ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หลักเกณฑ์กำกับดูแลทางการเงิน หรือกฎหมายบังคับอื่น

12. สิทธิและหน้าที่สำคัญของคู่สัญญา

  1. ผู้กู้ต้องให้ข้อมูลที่เป็นความจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ ใช้เฉพาะตัวตน หมายเลขโทรศัพท์ และบัญชีธนาคารของตนเองในการยื่นคำขอ และปรับปรุงข้อมูลเมื่อข้อมูลติดต่อ ที่อยู่ หรือบัญชีธนาคารเปลี่ยนแปลง
  2. ผู้กู้ต้องใช้สินเชื่อโดยชอบด้วยกฎหมาย ชำระคืนตรงเวลาและครบถ้วน และต้องไม่ปลอมแปลงข้อมูล สวมรอยบุคคลอื่น ขอสินเชื่อโดยทุจริต หรือกระทำการฉ้อโกงอื่น
  3. ผู้ให้กู้ต้องดำรงใบอนุญาตและอำนาจที่จำเป็นสำหรับธุรกิจสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ดำเนินการอนุมัติขั้นสุดท้ายโดยอิสระ และรับผิดชอบตามกฎหมายต่อการตัดสินใจให้สินเชื่อ เงินทุน สัญญา การจ่ายเงิน การรับชำระ การบริหารหลังการให้สินเชื่อ และการติดตามทวงถามหนี้
  4. ก่อนที่ผู้ใช้จะยืนยัน ผู้ให้กู้ต้องเปิดเผยเงินต้น ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาต่อปี ยอดชำระคืนรวม และอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ใช้ในช่วงผิดนัดอย่างชัดเจน และห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เปิดเผยหรือกฎหมายห้าม
  5. ผู้ให้กู้ต้องจัดให้มีข้อมูลรายการ บัญชี การคำนวณชำระคืนก่อนกำหนด และการยืนยันการชำระคืนที่ถูกต้อง พร้อมเก็บรักษาสัญญา การจ่ายเงิน การชำระคืน และบันทึกข้อพิพาทที่จำเป็นตามกฎหมาย
  6. เมื่อฝ่ายใดพบความผิดปกติเกี่ยวกับบัญชี ตัวตน การจ่ายเงิน หรือการชำระคืน ต้องแจ้งอีกฝ่ายหรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ AIMCash โดยเร็ว

13. ข้อมูลส่วนบุคคล

  1. AIM และผู้ให้กู้ต่างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขตที่แต่ละฝ่ายกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูลโดยอิสระ
  2. เท่าที่จำเป็นต่อการอนุมัติขั้นสุดท้าย การปฏิบัติตามสัญญา การจ่ายเงิน การชำระคืน การบริหารหลังการให้สินเชื่อ การติดตามทวงถามหนี้ การจัดการข้อร้องเรียน การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การป้องกันการทุจริต และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ผู้ให้กู้อาจประมวลผลข้อมูลตัวตน ข้อมูลติดต่อ KYC บัญชีธนาคาร อาชีพ รายได้ ผู้ติดต่อฉุกเฉิน คำขอ สัญญา และธุรกรรมของผู้กู้ตามกฎหมาย
  3. ประเภทข้อมูล วัตถุประสงค์ ผู้รับข้อมูล การเก็บรักษา การลบ และสิทธิของผู้ใช้ ให้เป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของ AIMCash หนังสือแจ้งและการอนุญาตแยกต่างหากก่อนส่งข้อมูล หนังสือแจ้งของผู้ให้กู้ และกฎหมายที่ใช้บังคับ
  4. ข้อกำหนดนี้ไม่ให้อำนาจฝ่ายใดขาย เปิดเผยโดยมิชอบ หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกินกว่าวัตถุประสงค์และขอบเขตที่จำเป็นซึ่งได้แจ้งไว้

14. บริการลูกค้า ข้อร้องเรียน และการแจ้ง

  1. ผู้ใช้สามารถส่งคำถาม แจ้งความผิดปกติ หรือข้อร้องเรียนผ่านบริการลูกค้าออนไลน์ในแอป AIMCash หรืออีเมล aim@aimmarketterrycompany.com
  2. AIM รับเรื่องข้อร้องเรียนเป็นช่องทางแรกและจัดการเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับแอป บัญชี การส่งข้อมูล และการตรวจสอบสถานะรายการ
  3. เรื่องที่เกี่ยวกับการอนุมัติขั้นสุดท้าย สัญญาสินเชื่อ การจ่ายเงิน การรับชำระ การชำระคืนก่อนกำหนด การผิดนัด การติดตามทวงถามหนี้ หรือข้อพิพาทสินเชื่อที่ AIM ไม่สามารถจัดการได้โดยลำพัง จะถูกส่งต่อให้ผู้ให้กู้ร่วมดำเนินการ และผู้ให้กู้จะให้ผลการพิจารณาขั้นสุดท้ายในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน
  4. สถานะรายการ การแจ้งเตือนวันครบกำหนด ข้อมูลการชำระคืน และผลการดำเนินการ อาจส่งผ่านหน้าแอป การแจ้งเตือนของแอป SMS หมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชี หรือช่องทางอื่นที่กฎหมายอนุญาต
  5. ข้อนี้ไม่จำกัดสิทธิของผู้ใช้ในการร้องเรียนหรือใช้สิทธิต่อหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ศาลที่มีเขตอำนาจ หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจในประเทศไทย

15. การแก้ไขสัญญา ความสัมพันธ์ของเอกสาร และการโอนสิทธิ

  1. ผู้ให้กู้จะใช้การปรับปรุงแบบข้อกำหนดสาธารณะฝ่ายเดียวเพื่อเพิ่มเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย หรือภาระสำคัญอื่นย้อนหลังแก่ผู้กู้ตามสัญญาฉบับจริงที่มีผลบังคับใช้แล้วไม่ได้
  2. หากจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาฉบับจริงตามกฎหมาย ผู้ให้กู้ต้องอธิบายให้ผู้กู้ทราบอย่างเพียงพอและขอความยินยอมที่จำเป็นตามกฎหมาย เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายบังคับที่ใช้บังคับโดยตรง
  3. หากสัญญาสินเชื่อส่วนบุคคลฉบับจริงแตกต่างจากแบบข้อกำหนดสาธารณะนี้ ให้ยึดสัญญาฉบับจริงที่ผู้กู้ยืนยันสำหรับเงินต้น ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา ยอดชำระคืนรวม และหน้าที่ในการปฏิบัติ ทั้งนี้ เอกสารใดจะตัดสิทธิบังคับของผู้บริโภคตามกฎหมายไม่ได้
  4. นโยบายความเป็นส่วนตัว การอนุญาตให้ส่งข้อมูล และหนังสือแจ้งเฉพาะเรื่อง ใช้กำกับเรื่องของตนแยกต่างหากและไม่ถูกแทนที่ด้วยข้อกำหนดนี้
  5. ผู้ให้กู้จะอาศัยการโอนสิทธิตามสัญญาเพื่อลดทอนสิทธิต่อสู้ สิทธิร้องเรียน หรือสิทธิตามกฎหมายอื่นของผู้กู้ไม่ได้ เว้นแต่กฎหมายอนุญาตและได้แจ้งตามที่จำเป็นแล้ว

16. กฎหมายที่ใช้บังคับ การระงับข้อพิพาท และข้อกำหนดอื่น

  1. แบบข้อกำหนดนี้และบริการสินเชื่อที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย
  2. เมื่อเกิดข้อพิพาท ผู้ใช้อาจติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ AIMCash ก่อน และ AIM จะส่งเรื่องที่จำเป็นให้ผู้ให้กู้ร่วมดำเนินการ
  3. หากไม่สามารถตกลงกันได้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นเรื่องต่อศาลไทยที่มีเขตอำนาจ องค์กรระงับข้อพิพาทผู้บริโภค หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจตามกฎหมาย
  4. ห้ามตีความข้อกำหนดใดในเอกสารนี้เพื่อตัดหรือจำกัดสิทธิบังคับของผู้กู้ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
  5. หากข้อกำหนดส่วนหนึ่งเป็นโมฆะหรือไม่อาจบังคับใช้ได้ ไม่กระทบความสมบูรณ์ของข้อกำหนดส่วนอื่น และให้จัดการส่วนที่ใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมายในขอบเขตที่ใกล้เคียงวัตถุประสงค์เดิมมากที่สุดโดยไม่ลดทอนสิทธิบังคับของผู้บริโภค